batman-slapping-robin

โดน ตบหน้า โดน ด่า “เหี้ย” เป็นใครโดนก็ต้องขึ้น พร้อมจะแปลงร่างเป็น ชาวสวน ในบัดดล
แต่สำหรับผม มันกลับนำมาซึ่ง รอยยิ้มและความอบอุ่นมากๆ มันทำให้รู้ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด กับ คนพิเศษในกาลเวลาที่ผ่านมานั้น เขายังคงรักและเป็นห่วงเรามากแค่ไหน แม้ ณ ปัจจุบันต่างคนต่างแยกย้ายไปดำเนินชีวิตของตนเองนานจนนับได้ สิบ สิบ ปี

วันอังคารกำลังจะผ่านพ้นไปในไม่กี่ชั่วโมง แสงดาวพระจันทร์และแสงไฟค่อยๆ กลับมาแทนที่แสงดวงตะวันกำลังลับลาลงไป

ร่างกายเหนื่อยล้าจากการยืน พูดและวาดภาพตลอดทั้งวันจากการแบ่งปันจนครบสามวันของชั้นเรียน

ขณะที่กำลังเดินลากกระเป๋าที่มีอุปกรณ์การสอนขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อหารถ Taxi กลับบ้าน

ชื่อเล่นของผมถูกเรียกขึ้นด้วยเสียงเล็กๆ ที่คิดว่าจะไม่ได้ยินอีกแล้วในชีวิตนี้

ผมหันไปหาต้นเสียง ภาพของหญิงสาวตัวเล็กๆ ผมสีดำประบ่า ยืนท้าวเอว พร้อมสายตาแข็งกร้าวภายใต้แว่น

จำไม่ได้ว่าระยะเวลานานเท่าไรที่หันไปเจอ

สิ่งที่เกิดขึ้น

มือเล็กๆ ของหญิงสาวคนนั้น กระทบลงบนแก้มของผม

“เหี้ย…เอ้ย…มึงเป็นอะไร มึงปล่อยตัวเองให้โทรมทำไมแบบนี้ ทำไมไม่ดูแลตัวเอง?”

แทนที่ผมจะแปลงร่างเป็น ชาวสวน กลับมีรอยยิ้มขึ้นมาแทน

แววตาแข็งกร้าวภายใต้แว่นยังคงมองจ้องมาหาผมราวกับกำลังจะเข้าสิง

ผมค่อยๆ เอื้อมมือซ้ายไปที่หลังของเธอแล้วดึงเข้ามากอดไว้ท่ามกลางผู้คนที่กำลังขึ้นลงสถานีเพื่อกลับบ้าน

ความรู้สึกเมื่อหลายๆ สิบ สิบ ปีก่อนมันกลับมา สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของเธอบนหน้าอกผม

สายตาแข็งกร้าวยังคงมองจ้องอยู่เช่นเดิมหลังจากผละร่างออกมาจากการโอบกอด

“สอนเหนื่อยใช่ไหมวันนี้ เห็นรูปใน Facebook”

“เหนื่อยทุกครั้งที่สอนแหละ แต่ก็มีความสุข”

เธอเดินขึ้นมาส่งผมขึ้นรถ Taxi เพื่อกลับบ้าน

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่ามีกี่คนที่เป็นห่วง?”

“จ้า”

จะมีสักกี่ครั้งที่เราจะโดน ตบหน้า และได้รับคำชมว่า “เหี้ย” แต่ โคตรอบอุ่น

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 07:40น.
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร